Unit 2
Development Person
1. G.
Stanley Hall บิดาแห่งการศึกษาเรื่องเด็ก
2.
Gevelopment หมายถึง กระบวนการเปลี่ยนแปลงในด้านต่างๆ
ของมนุษย์ตั้งแต่ปฎิสนธิจนชราอย่างมีระบบแบบแผนยาวนานต่อเนื่องกันไปทั้งด้านปริมาณและคุณภาพจนพึ่งตนเองได้
*กระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นไปได้ 3 ระบบคือ
เพิ่มขึ้น เสื่อม คงที่
*พัฒนาการแบ่งออกเป็น 4 ด้าน 1.
ด้านร่างกาย
physical development
2. ด้านอารมณ์ emotional
development
3. ด้านสังคม social development
4. ด้านสติปัญญา cognitive
development
3. ความเจริญงอกงาม growth หมายถึง
การเปลี่ยนแปลงทางด้านปริมาณที่เพิ่มขึ้นมากขึ้นซึ่งไม่ได้เกิดจากการเรียนรู้แต่เกิดจากสภาพแวดล้อมทีละน้อยและมีความคงทนถาวรไม่เกี่ยวข้องกับวัฒนาธรรม
เช่น ขนาดกายใหญ่ขึ้น น้ำหนัก ความสูงเพิ่มขึ้น
4. วุฒิภาวะ maturation หมายถึงการเปลี่ยนแปลงอันเนื่องมาจากความเจริญงอกงามทางด้านร่างกาย
วุฒิภาวะจะต้องเป็นไปตามแบบแผนโดยลำดับไม่มีการข้ามขึ้น
5. การเรียนรู้ หมายถึง
การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอันเนื่องมาจากประสบการณ์และพฤติกรรม
ที่เปลี่ยนแปลงนั้นมีลักษณะค่อนข้างถาวร
หลังการเรียนรู้พฤติกรรมเปลี่ยนค่อนข้างถาวร
*วุฒิภาวะสัมพันธ์กับการเรียนรู้ คือ
การเรียนรู้ก่อนจะเกิดต้องมีวุฒิภาวะในเรื่องนั้น
6. ความพร้อม readiness หมายถึง
สภาวะที่จะเรียนสิ่งใดบรรลุผลโดยขึ้นอยู่กับ วุฒิภาวะ การฝึกฝน ความสนใจแรงจูงใจ
หลักการของการพัฒนา
1.
องค์ประกอบของพัฒนาการ
วุฒิภาวะ+ การเรียนรู้ = พัฒนาการ
2.
หลักของพัฒนาการ
2.1
พัฒนาการมีลำดับขั้นตอน ไม่มีการข้ามขั้น
-พัฒนาการทางกายเป็นตัวนำพัฒนาการด้านอื่นๆ
-พัฒนาการด้านรูปธรรมก่อนนามธรรม
-พัฒนาการส่วนใหญ่ก่อนส่วนเล็ก
-พัฒนาการส่วยหยาบก่อนส่วนละเอียด
2.2 ทิศทางการพัฒนาทางกายเป็นไปตามแนวทางที่แน่นอน
-เกิดที่ส่วนหัวก่อนแล้วจึงสู่ลำตัว
ขา
-เริ่มจากส่วนใกล้สู่ไกล
เริ่มจากแกนกลางร่างกายสู่ข้างนอกถึงปลายสุด
-เริ่มพัฒนารูปแบบทั่วๆไปก่อนจึงสู่รูปแบบที่เป็นแบบเฉพาะ
2.3 อัตราการพัฒนาของคนไม่ท่ากัน
2.4 เป็นไปตามแบบเฉพาะของตน
2.5 อัตราพัฒนาการแต่ละส่วนของร่างกายไม่เท่ากัน
2.6 คุณสมบัติของพัฒนาการด้านต่างๆ มีความสัมพันธ์กับร่างกายดี
มักมีอารมณ์ดี
2.7 ลักษณะพัฒนาการมี 3 แบบ งอกงามขึ้น เสื่อมถอย คงที่
2.8
มนุษย์ต้องปรับตัวเพื่อรักษาสภาวะสมดุลให้กายและจิตอยู่ในสภาวะปกติ
3. การแบ่งวัย Elizabeth Hurlock
1. วัยก่อนคลอด Prenatal
ตั้งแต่ตั้งครรภ์-คลอด
2. วัยทารกแรกเกิด
infancy ตั้งแต่เกิด-สัปดาห์ที 2
3. วัยทารกตอนปลาย
babyhood ตั้งแต่สิ้นสุดสัปดาห์ที่
2 –สิ้นสุดปีที่2
4. วัยเด็กตอนต้น
Early childhood 2-6 ขวบ
5. วัยเด็กตอนปลาย
latechildhood 6-10 ขวบ
6. วัยแรกรุ่น puberty
or preadolescence 10,12-13,14 ขวบ
7. วัยรุ่น adolescence
13,14-21
8. วัยผู้ใหญ่ตอนต้น
early adulthood 20-40 ปี
9.วัยกลางคน middle
age 40-60 ปี
10. วัยชรา old
age or senescence 60 ปีขึ้นไป
1. วัยก่อนคลอด
มีพัฒนาการ 3 ระยะ
-ระยะไข่
ตั้งแต่ปฏิสนธิ 2 สัปดาห์จนกลายเป็นเซลล์ผสมที่สมบูรณ์ไปฝังที่มดลูก
-ระยะมดลูก
ฝังที่มดลูก 8 สัปดาห์
แล้วขยายเซลล์อย่างรวดเร็วเริ่มจากหัวก่อนระยะนี้มีขนาดเท่าปลายเข็มหมุดกลายเป็นมนุษย์ขนาด
1 นิ้ว
-ระยะตัวอ่อน
ตั้งแต่เดือนที่ 2 หลังจากผสมพันธ์ของเซลล์สืบพันธ์จนกระทั่งคลอด
*วัยนี้เป็นวัยที่รับลักษณะพื้นฐานของชีวิตจากบรรพบุรุษอันเปลี่ยนแปลงไม่ได้เช่น
ด้านอารมณ์ บุคลิกภาพ บางอย่างสามารถถ่ายทอดจากมารดาสู่ลูกตั้งแต่วัยนี้
2. วัยทารก
แบ่งออกเป็น 2 วัย
2.1
วัยทารกแรกเกิดตั้งแต่คลอด-2
สัปดาห์ต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่นอกครรภ์ ส่วนอารมณ์มี 2 ประเภท
อารมณ์ดีกับเสีย ขึ้นอยู่กับการตอบสนอง
2.2
วัยทารกตอนปลาย
พัฒนาด้านร่างกายอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยอยู่นิ่งกินอาหารด้วยวิธีดูดกลืน ,โกธร กล้า
อยากรู้อยากเห็น หรรษา
3. วัยเด็กตอนต้น(ก่อนเรียน)
ช่างปฏิเสธอยากเป็นอิสระอยากเป็นตัวของตัวเอง
หัวดื้อ ช่างซักถาม *พัฒนาด้านร่างกายลดลงกว่าวัยทารก แต่เป็นไปอย่างรวดเร็ว
เข้าใจสัญลักษณ์ แยกของสองสิ่งได้ ชอบซักถาม พูดยังไม่ชัดเจน ชอบพูด 2 พยางค์ อะไร
ทำไม *ของใคร โดยไม่ฟังคำตอบชอบพูดซ้ำๆๆเข้าใจตนเองเป็นบุคคลหนึ่ง
ผูกพันกับเพื่อนมากขึ้น บางคนชอบเล่นคนเดียว *อารมณ์รุนแรง เปลี่ยนแปลงง่าย
หงุดหงิด อวดดื้อ ถือดี กลัว อิจฉา ก้าวร้าว
4. วัยตอนปลาย
(วัยเรียน)
*พัฒนาด้านร่างกายเป็นไปได้ช้าแต่สม่ำเสมอ*กระตือรือร้นที่จะเรียนพูดมากกว่าเขียน
เข้าใจความคิดรอบยอดคำว่า “ผิด” “ถูก” *กลัวสิ่งที่สมเหตุสมผล*รู้สึกสงสารและเห็นอกเห็นใจ*เริ่มออกบ้านไปสู่หน่วยสังคม
5. วัยแรกรุ่น
*เติบโตถึงขีดสุดเพื่อทำหน้าที่อย่างเต็มที่ลักษณะทุติยภูมิทางเพศ
secondary sexual characteristics แบ่งออกเป็น 3 ระยะ
5.1
Pre-pubescence สะโพกขยาย มีหน้าอก ชายเสียงแตก แต่อวัยวะยังไม่เริ่มเติบโต
5.2
Pubescence ยังพัฒนาต่อไป อวัยวะสืบพันธ์เริ่มทำหน้าที่แต่ยังไม่สมบูรณ์
หญิงเริ่มมีประจำเดือน ชายเริ่มผลิตเซลล์สืบพันธ์
5.3
Post-pubescence อวัยวะเพศทำหน้าที่ของมันได้ กำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่นต่อมไทรอย
มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโต คือเป็นต่อมที่ส่งสาร(ฮอร์โมน)
ที่ผลิตขึ้นตามกระแสโลหิตได้แก่
-ต่อมพิตูอิทารี
pituitary gland (ต่อมใต้สมอง) สร้างฮอร์โมนควบคุมการเติบโตร่างกาย ต่อมไทรอย,ต่อมอดรีนาล,รังไข่,ต่อมน้ำนม,อัณฑะ
และควบคุมการตกไข่
-ต่อมไพเนี่ยลpineal
gland สร้างฮอร์โมนควบคุมเป็นหนุ่มสาว
-ต่อมแพนครีส pancreas
gland สร้างฮอร์โมนอินซูลินควบคุมน้ำตาลในเลือด
-ต่อมอดรีนาล adrend
gland สร้างฮอร์โมนอดรีนาลเมื่อโกธรหรือตกใจ
-ต่อมพาราไทรอยด์
parathyroid มี 4 ต่อมหลักๆ อยู่ 2 ข้างของต่อมไทรอยด์ทำหน้าที่เกี่ยวกับกระดูก
ฟันและเลือดควบคุมการตื่นเต้น
-ต่อมไทมัสthymus
gland สร้างฮอร์โมนควบคุมไม่ให้เด็กมีความรู้สึกทางเพศเร็ว
-ต่อมเพศ sex
gland สร้างฮอร์โมนควบคุมการมีระดู
*ให้ความสำคัญกับเพื่อนร่วมวัย จับกลุ่มกัน เริ่มมีเพื่อนต่างวัย
*วุ่นวาย เปลี่ยนแปลงง่าย สับสน อ่อนไหว
*ชอบวิภาควิจารณ์ ชอบทายปัญหา ท้าทายจินตนาการ มีความคิดเฟอเฟค
6. วัยรุ่น
-พัฒนาการด้านร่างกายช้าลง
-อารมณ์พายุบุแคบ
เกิดขึ้นทุกแบบ
-สัมพันธ์กับเพื่อนเข้มข้นสูงสุด
เลียนแบบผู้ที่ตนชอบ
-ความสามรถเพิ่มขึ้นคิดในทางนามธรรม
7. วัยผู้ใหญ่ตอนต้น
ควบคุมอารมณ์ได้ดี มีความแน่ใจและมั่นคงทางจิตใจ
8. วัยกลางคน
สมรรถภาพทางกายเริ่มพัฒนาในทางเสื่อมถอยรับรู้ช้า การเคลื่อนไหวว่องไวน้อย
เจ็บปวดง่าย สายตาเปลี่ยนรูปร่างเปลี่ยน
9. วัยชรา ร่างกายทำงานไม่ดี เหนื่อยง่ายน้ำหนักสมองลด
คุณภาพสมองทำงานเสื่อมกังวลใจน้อย เหงา